สรุปย่อ
การพัฒนา Zilliqa ดำเนินไปตามเป้าหมายสำคัญดังนี้:
- อัปเกรดเครือข่าย v0.21.0 (พฤษภาคม 2026) – เพิ่มฟีเจอร์ state pruning และรองรับ RANDAO เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัย
- การดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก (ครึ่งหลังปี 2026) – มุ่งเน้น 5 ด้านสำคัญ เช่น การใช้งานข้ามเครือข่ายและตัวตนบนบล็อกเชน (vLEI)
- แผนการอัปเกรด Mainnet ในอนาคต – วางแผนเปิดตัว X-shards และ Native Smart Accounts เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายระบบ
รายละเอียดเชิงลึก
1. อัปเกรดเครือข่าย v0.21.0 (พฤษภาคม 2026)
ภาพรวม: การอัปเกรดนี้เป็นการ hard fork ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 โดยมีการปรับปรุงโปรโตคอลหลัก (Zilliqa) ฟีเจอร์สำคัญได้แก่ การลดขนาดข้อมูลที่เก็บในโหนด (state pruning), การรองรับ RANDAO เพื่อเพิ่มความสุ่มและความปลอดภัย และการปรับเวอร์ชันของ checkpoint ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น จุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่าย ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานของผู้ตรวจสอบ (validator)
ความหมาย: การอัปเกรดนี้ไม่มีผลกระทบเชิงบวกหรือลบต่อ ZIL โดยตรง เพราะเป็นการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาต่อไปในอนาคต แต่ไม่ได้เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ดึงดูดผู้ใช้ในระยะสั้น
2. การดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก (ครึ่งหลังปี 2026)
ภาพรวม: หลังจากปรับกลยุทธ์ในปลายปี 2025 Zilliqa ได้กำหนด 5 ด้านสำคัญเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนา (Zilliqa Blog) ปัจจุบันมีความคืบหน้า เช่น การหาพันธมิตรหลักสำหรับการใช้งานข้ามเครือข่าย และการเริ่มกระบวนการลงทะเบียน Qualified vLEI Issuer กับ GLEIF อีกครั้ง นอกจากนี้ Liechtenstein Trust Integrity Network (LTIN) จะเข้าร่วมเป็น validator ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อเสริมความพร้อมด้านกฎระเบียบ
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ ZIL เพราะแสดงถึงการเปลี่ยนโฟกัสไปยังตลาดองค์กรและตลาดที่มีการควบคุม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูง ความสำเร็จในด้านนี้ โดยเฉพาะเรื่องตัวตน vLEI อาจเปิดโอกาสให้มีการลงทุนจากสถาบันและการแปลงสินทรัพย์จริงเป็นโทเคน สร้างแรงขับเคลื่อนความต้องการ ZIL ในอนาคต
3. แผนการอัปเกรด Mainnet ในอนาคต
ภาพรวม: วิสัยทัศน์ระยะยาวของ Zilliqa 2.0 ประกอบด้วยการอัปเกรดหลายเฟส ได้แก่ Onyx, Carnelian และ Citrine (Zilliqa) โดยมีเป้าหมายเพิ่ม X-shards เพื่อขยายระบบแบบโมดูลาร์, Native Smart Accounts (คล้าย ERC-4337) เพื่อประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้น และ Light Clients เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับแต่ละเฟส
ความหมาย: เป็นข่าวดีในระยะยาวสำหรับ ZIL เพราะจะช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายและใช้งานแพลตฟอร์มได้มากขึ้น การเปิดตัว X-shards จะทำให้ Zilliqa เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนและมีปริมาณสูง ความเสี่ยงหลักคือการดำเนินงานให้สำเร็จตามแผนและการแข่งขันที่รุนแรงจากแพลตฟอร์ม Layer-1 และ Layer-2 อื่น ๆ ที่มีฟีเจอร์คล้ายกัน
สรุป
เส้นทางพัฒนา Zilliqa ได้เปลี่ยนจากการอัปเกรดพื้นฐานไปสู่การดำเนินกลยุทธ์ที่เน้นตลาดองค์กรและการใช้งานที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยมีความก้าวหน้าในพันธมิตรข้ามเครือข่ายและตัวตนที่ตรวจสอบได้ในระยะใกล้ คำถามสำคัญคือ การเปลี่ยนโฟกัสไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสำหรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบนี้ จะช่วยดึงดูดการใช้งานจากองค์กรได้มากน้อยแค่ไหนในไตรมาสข้างหน้า?