เจาะลึก
1. จุดประสงค์และคุณค่า
Viction มุ่งหวังที่จะทำให้ Web3 เข้าใจง่ายและใช้งานได้จริงในวงกว้าง โดยวางตัวเองเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ “เน้นคนเป็นศูนย์กลาง” สำหรับ “เศรษฐกิจแห่งการเป็นเจ้าของ” ซึ่งเป็นแนวคิดที่การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเค็นช่วยให้ผู้คนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของดิจิทัลในชีวิตประจำวัน (Cointelegraph) โครงการนี้ตั้งใจลดอุปสรรคทางเทคนิคและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่ ให้การใช้งานบล็อกเชนรวดเร็ว ง่าย และประหยัด
2. เทคโนโลยีและสถาปัตยกรรม
ในฐานะบล็อกเชน Layer-1, Viction ถูกสร้างขึ้นเพื่อประสิทธิภาพและความคุ้นเคยของนักพัฒนา เครือข่ายมีความปลอดภัยด้วย masternodes กว่า 150 โหนดในระบบ Proof-of-Stake Voting (PoSV) นวัตกรรมสำคัญคือมาตรฐานโทเค็น VRC25 ที่ช่วยให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมแบบ ไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือ zero-gas transactions (Bitget) นอกจากนี้ยังรองรับ Ethereum Virtual Machine (EVM) เต็มรูปแบบ ทำให้นักพัฒนาสามารถนำเครื่องมือและสมาร์ตคอนแทรกต์จาก Ethereum มาใช้ได้ง่าย
3. ระบบนิเวศและการใช้งาน
ระบบนิเวศของ Viction สนับสนุนการใช้งานจริงที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดเรื่องการเป็นเจ้าของ ตัวอย่างแอปพลิเคชันสำคัญได้แก่ RabbitSwap (ตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์), Dagora (สำหรับการสร้าง NFT), และ ONEID (สำหรับการยืนยันตัวตนดิจิทัล) อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ $BOBA ซึ่งเป็นระบบสะสมแต้มความภักดีบนบล็อกเชนตัวแรกของ Viction ที่แจกจ่ายแต้มกว่า 17 ล้านแต้มให้กับผู้ใช้หลายพันคน (Viction) การเติบโตของระบบนิเวศนี้ขับเคลื่อนโดยชุมชนผ่าน FrontierDAO ที่ดูแลกลุ่มผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่และโปรแกรมรางวัลสำหรับผู้ร่วมพัฒนา
สรุป
Viction คือบล็อกเชน Layer-1 ที่ออกแบบมาเพื่อความเข้าถึงง่าย โดยใช้การทำธุรกรรมแบบไม่เสียค่าธรรมเนียมและสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่คุ้นเคย เพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์ของเศรษฐกิจแห่งการเป็นเจ้าของดิจิทัลในชีวิตจริง การออกแบบที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางนี้จะช่วยลดอุปสรรคและเปิดทางให้ผู้ใช้ Web3 รุ่นใหม่เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้นอย่างไร? นี่คือคำถามที่น่าติดตามในอนาคต