รายละเอียดเพิ่มเติม
1. จุดเริ่มต้นและวัตถุประสงค์หลัก
Terra (LUNA) คือบล็อกเชนรุ่นต่อจาก Terra Classic หลังจากที่สเตเบิลคอยน์ TerraClassicUSD (UST) เกิดการล้มเหลวอย่างรุนแรงในเดือนพฤษภาคม 2022 ชุมชนจึงตัดสินใจทำ hard fork เพื่อสร้างบล็อกเชนใหม่ที่เป็นอิสระ (Terra) จุดประสงค์หลักคือการก้าวข้ามระบบสเตเบิลคอยน์แบบอัลกอริทึมที่ล้มเหลว และสร้างระบบนิเวศน์ที่ยั่งยืนสำหรับการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และสมาร์ตคอนแทรกต์ ที่ถูกบริหารและพัฒนาโดยชุมชน
2. โทเคนและการกำกับดูแล
LUNA คือโทเคนหลักของบล็อกเชนใหม่นี้ ใช้กลไกการยืนยันแบบ proof-of-stake ซึ่งผู้ใช้งานสามารถ สเตก โทเคนเพื่อช่วยตรวจสอบธุรกรรมและรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย พร้อมรับรางวัลตอบแทน การสเตกยังมอบสิทธิ์ในการกำกับดูแล ให้ผู้ถือโทเคนสามารถโหวตในข้อเสนอที่กำหนดทิศทางของโปรโตคอล เช่น การอัปเกรดซอฟต์แวร์ หรือการใช้จ่ายเงินทุน แตกต่างจากรุ่นก่อนที่มีการสร้างโทเคนเพิ่มและเผาโทเคนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการล้มเหลว บล็อกเชนใหม่เปิดตัวด้วยจำนวนโทเคนที่จำกัดและคงที่
3. พื้นฐานของระบบนิเวศน์
มูลค่าของโปรเจกต์นี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของ dApps ที่ใช้งานได้จริง การพัฒนามุ่งเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ขยายตัวได้และเป็นมิตรกับนักพัฒนา เพื่อดึงดูดโปรเจกต์ใหม่ ๆ แม้ว่าการล้มเหลวในอดีตจะทำให้หลายแอปพลิเคชันหายไป แต่แผนฟื้นฟูเน้นการย้ายข้อมูลและฟังก์ชันการทำงานของแอปเก่า ๆ มายังบล็อกเชนใหม่ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความร่วมมือของชุมชนในการฟื้นฟูประโยชน์ใช้สอย ความเชื่อมั่น และกิจกรรมของนักพัฒนาในแพลตฟอร์ม
สรุป
โดยพื้นฐานแล้ว Terra (LUNA) คือบล็อกเชนที่เป็นเจ้าของโดยชุมชน ซึ่งพยายามฟื้นฟูตัวเองจากอดีตที่เน้นสเตเบิลคอยน์ มาเป็นอนาคตที่เน้นการกำกับดูแลแบบกระจายศูนย์และการใช้งานแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ ชุมชนจะสามารถสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนและดึงดูดความสนใจจากนักพัฒนาได้หรือไม่ คือคำถามที่ต้องติดตามต่อไป