สรุปย่อ
โค้ดเบสของ NEAR กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการอัปเกรดด้านความปลอดภัยและความสามารถในการขยายระบบครั้งใหญ่
- การผสานรวมความปลอดภัยต้านควอนตัม (พฤษภาคม 2026) – เพิ่มระบบเข้ารหัส FIPS-204 เพื่อปกป้องเครือข่ายจากการโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต
- การลดรางวัลและเปิดตัวระบบการกำกับดูแล (ตุลาคม 2025) – ลดอัตราเงินเฟ้อและเปิดใช้งานระบบการกำกับดูแลบนเครือข่ายผ่าน House of Stake
- เพิ่มความสามารถในการขยายเป็น 9 Shards (ไตรมาส 3 ปี 2025) – เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของเครือข่ายขึ้น 12.5% เพื่อรองรับธุรกรรมที่มากขึ้น
รายละเอียดเชิงลึก
1. การผสานรวมความปลอดภัยต้านควอนตัม (พฤษภาคม 2026)
ภาพรวม: NEAR กำลังนำมาตรฐานการเข้ารหัส FIPS-204 ซึ่งได้รับการรับรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ มาใช้ ซึ่งเป็นมาตรฐานการเข้ารหัสที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต ผู้ใช้จะสามารถอัปเกรดกุญแจบัญชีของตนให้ต้านทานควอนตัมได้ด้วยการทำธุรกรรมเพียงครั้งเดียว ช่วยให้เครือข่ายมีความปลอดภัยในระยะยาว
การอัปเกรดหลักคือการเพิ่ม ML-DSA (Module-Lattice Digital Signature Algorithm) เป็นตัวเลือกการลงชื่อใหม่ควบคู่ไปกับวิธีการเดิม โมเดลบัญชีของ NEAR ที่ใช้กุญแจเข้าถึงแบบหมุนเวียนช่วยให้การย้ายไปใช้ระบบใหม่นี้ราบรื่นกว่าบล็อกเชนที่ใช้ที่อยู่คงที่ โดยจะเปิดตัวใน testnet ช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2026
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ NEAR เพราะช่วยวางตำแหน่งให้เครือข่ายเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยในระยะยาว เงินทุนและข้อมูลของผู้ใช้จะปลอดภัยจากภัยคุกคามทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดแอปพลิเคชันระดับองค์กรและมูลค่าสูงที่ต้องการความปลอดภัยที่มั่นคง
(GuavyInc)
2. การลดรางวัลและเปิดตัวระบบการกำกับดูแล (ตุลาคม 2025)
ภาพรวม: โปรโตคอลได้ดำเนินการ "Halving Upgrade" เพื่อลดอัตราการปล่อยเหรียญใหม่ต่อปีจาก 5% เหลือ 2.5% พร้อมกันนี้ได้เปิดตัว House of Stake ระบบการกำกับดูแลบนเครือข่ายที่อนุญาตให้ผู้ตรวจสอบและผู้ถือสิทธิ์สามารถเสนอและลงมติตัดสินใจได้อย่างมีผลผูกพัน
นี่เป็นการอัปเดตที่สำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจและการบริหารจัดการ การลดอัตราเงินเฟ้อช่วยลดแรงกดดันในการขายเหรียญ NEAR ขณะที่ระบบการกำกับดูแลใหม่นี้ช่วยกระจายอำนาจการตัดสินใจเกี่ยวกับพารามิเตอร์ของเครือข่ายและกองทุนสมทบ
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ NEAR เพราะช่วยสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงและยั่งยืนสำหรับเหรียญ พร้อมทั้งให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของเครือข่ายในระยะยาว
(NEAR Protocol)
3. เพิ่มความสามารถในการขยายเป็น 9 Shards (ไตรมาส 3 ปี 2025)
ภาพรวม: NEAR ได้ขยายโครงสร้างการแบ่ง Shard จาก 8 เป็น 9 Shards ในไตรมาส 3 ปี 2025 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการประมวลผลของเครือข่ายเพิ่มขึ้น 12.5% การอัปเกรดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน "Resharding V3" ที่ระบุไว้ใน nearcore release 2.5.0
การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายแบบแนวนอน ทำให้เครือข่ายสามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากขึ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องพึ่งพาโซลูชัน Layer-2 โดยผู้ตรวจสอบและโหนด RPC ต้องมีหน่วยความจำชั่วคราวสูงขึ้นถึง 64GB ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ NEAR เพราะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพของเครือข่ายโดยตรง นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ต้องการทรัพยากรมากขึ้นได้อย่างมั่นใจ และผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ธุรกรรมที่รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้นเมื่อมีการใช้งานเพิ่มขึ้น
(Release 2.5.0)
สรุป
ทิศทางการพัฒนาของ NEAR มุ่งเน้นไปที่การเสริมความปลอดภัยในระยะยาว ปรับปรุงระบบเศรษฐกิจของเหรียญ และขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง การอัปเกรดเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรต่อการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI และแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับหลายบล็อกเชนในอนาคตบน NEAR?