สรุปย่อ
โปรโตคอลหลักของ NEAR Protocol (NEAR) ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายระบบ
- การปรับโครงสร้าง Shard ครั้งที่ 3 (Resharding V3) (มีนาคม 2025) – เพิ่มจำนวน shard จาก 6 เป็น 8 เพื่อขยายความจุของเครือข่าย
- ตัวจัดการแบนด์วิดท์ข้าม shard (Cross-Shard Bandwidth Scheduler) (มีนาคม 2025) – ควบคุมการไหลของข้อมูลระหว่าง shard เพื่อให้ธุรกรรมข้ามเครือข่ายรวดเร็วและน่าเชื่อถือมากขึ้น
- การตรวจสอบธุรกรรมแบบขนาน (Parallel Transaction Validation) (มีนาคม 2025) – ประมวลผลธุรกรรมหลายรายการพร้อมกัน ช่วยเพิ่มความเร็วของเครือข่ายอย่างมาก
รายละเอียดเชิงลึก
1. การปรับโครงสร้าง Shard ครั้งที่ 3 (Resharding V3) (มีนาคม 2025)
ภาพรวม: การอัปเกรดนี้เปลี่ยนวิธีการแบ่งเครือข่าย โดยเพิ่มจำนวน shard หรือหน่วยประมวลผลแบบขนานจาก 6 เป็น 8 ซึ่งหมายความว่า blockchain สามารถรองรับกิจกรรมได้มากขึ้นโดยไม่ทำให้ระบบช้าลง
การเปลี่ยนแปลงหลักคือกลไกการปรับโครงสร้าง shard ใหม่ที่ถูกนำมาใช้ในสองเวอร์ชันของโปรโตคอล (เวอร์ชัน 75 และ 76) ซึ่งช่วยให้เครือข่ายสามารถแบ่งงานได้อย่างยืดหยุ่น เป็นก้าวสำคัญสำหรับการขยายระบบในแนวนอน ผู้ตรวจสอบธุรกรรม (validators) ต้องอัปเกรดฮาร์ดแวร์เป็น RAM 64GB เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้
ความหมาย: การอัปเกรดนี้เป็นสัญญาณบวกสำหรับ NEAR เพราะช่วยเพิ่มความจุของเครือข่ายโดยตรง จำนวน shard ที่มากขึ้นหมายถึง blockchain สามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากขึ้น รองรับผู้ใช้และแอปพลิเคชันที่เพิ่มขึ้นในระบบนิเวศน์ และเป็นพื้นฐานสำหรับการนำไปใช้ในวงกว้าง
(NEAR Protocol)
2. ตัวจัดการแบนด์วิดท์ข้าม shard (Cross-Shard Bandwidth Scheduler) (มีนาคม 2025)
ภาพรวม: ฟีเจอร์นี้ช่วยปรับปรุงการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่าง shard ต่าง ๆ ในเครือข่าย ทำให้แอปพลิเคชันที่ทำงานข้ามหลาย chain มีประสิทธิภาพและเสถียรมากขึ้น
ในเชิงเทคนิค มันจัดการการส่ง "receipts" หรือคำสัญญาธุรกรรมระหว่าง shard โดยการจัดตารางการส่งข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดปัญหาคอขวดและเพิ่มความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมโดยรวม
ความหมาย: ฟีเจอร์นี้เป็นประโยชน์ต่อ NEAR เพราะช่วยให้แอปพลิเคชันที่ซับซ้อนและทำงานข้ามหลาย chain ทำงานได้เร็วและน่าเชื่อถือขึ้น ผู้ใช้จะได้รับการยืนยันธุรกรรมที่รวดเร็วขึ้น และนักพัฒนาสามารถสร้าง dApps ที่ซับซ้อนขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความแออัดของเครือข่าย
(NEAR Protocol)
3. การตรวจสอบธุรกรรมแบบขนาน (Parallel Transaction Validation) (มีนาคม 2025)
ภาพรวม: การปรับปรุงนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลโดยตรง แต่ช่วยให้โหนดในเครือข่ายสามารถตรวจสอบธุรกรรมหลายรายการพร้อมกัน แทนที่จะตรวจสอบทีละรายการ ส่งผลให้การประมวลผลเร็วขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกคน
การปรับปรุงนี้เกิดจากการทำงานแบบขนานในขั้นตอนการตรวจสอบลายเซ็นและการตรวจสอบอื่น ๆ ก่อนที่ธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนธุรกรรมที่เครือข่ายสามารถรองรับได้ต่อวินาทีโดยตรง
ความหมาย: การปรับปรุงนี้เป็นประโยชน์ต่อ NEAR เพราะช่วยให้ประสบการณ์ของผู้ใช้รวดเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการส่งโทเค็นหรือการใช้งาน dApp การทำงานจะเสร็จเร็วขึ้นและเครือข่ายจะตอบสนองได้ดีขึ้นในช่วงที่มีความต้องการสูง
(NEAR Protocol)
สรุป
การอัปเดตโค้ดล่าสุดนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานทางเทคนิคของ NEAR โดยเน้นที่สถาปัตยกรรมที่สามารถขยายตัวได้และการประมวลผลธุรกรรมที่รวดเร็วขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต คำถามคือ การปรับปรุงเหล่านี้จะส่งผลให้กิจกรรมบนเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร?